1. การตรวจสอบสภาพของบ้าน ควรทำการตรวจสอบสภาพของบ้านอย่างละเอียดในหลาย ๆ ด้าน เช่น ตรวจสอบสภาพทางโครงสร้าง พื้น ผนัง เสา คาน หลังคา ตรวจสอบรอยแตก การรั่วซึม ความชำรุดอื่น ๆ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคต เช่น บ้านมือสองที่มีการรั่วซึมจากหลังคาที่เสื่อมสภาพ เพื่อประเมินงบประมาณในการปรับปรุงให้พร้อมอยู่ หรือ เลือกบ้านมือสองสภาพปรับปรุงแล้วพร้อมอยู่
2. ตำแหน่งที่ตั้ง การเลือกที่ตั้งที่เหมาะสมกับความต้องการและสอดคล้องกับการชีวิต เช่น บ้านมือสองที่ตั้งอยู่ใกล้ ที่ทำงาน ร้านสะดวกซื้อ โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สถานที่บันเทิง ฯลฯ
3. ประวัติของบ้าน ควรสอบถามเจ้าของเก่าหรือผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงในพื้นที่ เกี่ยวกับประวัติของบ้าน เช่น ประวัติผู้อยู่อาศัยเดิมมีเหตุฆาตกรรมหรือไม่ ประวัติการซ่อมแซมบ้าน มีปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตให้เข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของบ้าน เช่น บ้านมือสองที่มีประวัติการซ่อมแซมบ่อย ๆ อาจมีความเสียหายที่ซ่อมแซมไม่ครบถ้วน เพื่อทราบแล้วสามารถนำเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ในการซื้อ
4. สภาพแวดล้อม การตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบบ้าน เช่น เพื่อนบ้าน ความเงียบสงบ ความปลอดภัย และความเหมาะสมกับการอาศัยในระยะยาว เช่น บ้านมือสองที่ตั้งอยู่ในย่านที่มีสภาพแวดล้อมเงียบสงบ มีพื้นที่สาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย ใช้ชีวิตสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตที่ดี
5. เงื่อนไขการซื้อขาย ควรทำการตรวจสอบเงื่อนไขการซื้อขายอย่างละเอียด เช่น ราคาที่ซื้อขายมีความเหมาะสม การตรวจสอบเอกสารทางกฎหมาย ค่าใช้จ่ายในการโอนทรัพย์สิน และเงื่อนไขการผ่อนชำระ เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและการเงินในอนาคต



